article

เมื่อหลายวันก่อน ได้มีโอกาสเข้าไปพัวพัน ปัญหาชีวิตรัก3 เส้า ของ บุคคลคนหนึ่ง ผู้ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามเจ้าพ่อแห่งวงการ bot .... (ละไว้ไม่เอ่ยนาม) ใครจะไปคาดคิดว่าความจริงมันจะปรากฏเร็วเช่นนี้ สัจธรรมที่ว่า "ความลับไม่มีในโลก และ ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย" มักใช้ได้เสมอ
อนึ่ง ชายนั้น อาจขอเรียก นายเอ มี ญ สาว อันเป็นที่รัก ขอกล่าวนามว่าเป็น นางสาวบี คู่รักคู่นี้ รักกันมานานแค่ไหนมิอาจทราบได้ แต่ได้ยินจากปากท่านอื่นๆกล่าวขานวีรกรรมทั้งคู่ ซึ่งก็อาจคิดได้ว่าคงรักกันมานาน แต่เมื่อเวลาผ่านไป นางสาวบีได้ทอดทิ้งนายเอ ไปอยู่กับชายอื่น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ไม่ขอเอ่ยกล่าว เพราะไม่รู้จริงๆ อันนี้เป็นเพียงคำบอกเล่าจากปากของนายเอเท่านั้น
ทั้งนายเอ และ นางสาวบี ต่างเลิกติดต่อกันไปพักใหญ่ จนนายเอ มาเจอนางสาวซี ผู้มีความสามารถรอบด้าน ทั้งสวยเก่ง และเป็นที่รักของคนทั่วไป (ไม่ได้ยอ เห็นรูปแล้ว ผู้เขียนเองก็คิดว่าเธอน่ารัก และดูจากผลงานเจ้าตัวจึงถือว่าเป็น ญ เก่ง คนหนึ่ง) การพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในด้านต่างๆ ทำให้ความรักก่อเกิดลงรากฝังลึกเข้าสู่จิตใจของคนทั้งคู่ แต่ .... สิ่งไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อนางสาวบี กลับเข้ามาในชีวิตนายเออีกครั้ง ผู้เขียนไม่อยากจะคิดว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่จึงทำให้เธอนั้นเหมือนลมพัดหวน นายเอ เริ่มลำบากใจ (อันนี้ผู้เขียนคาดว่า เพราะความจริงไม่คิดอย่างนั้นเท่าไหร่) แต่เพราะความหวังดี กลัวจะทำร้ายจิตใจของทั้ง 2 สาว ทำให้นายเอ โลเล อยู่นาน จนในที่สุดก็เกิดระเบิดดังสนั่น เมื่อความจริงมันปะทุขึ้นมาดั่งภูเขาไฟที่พร้อมระเบิดมานานแรมปี
ผู้สอดรู้สอนเห็นรายหนึ่ง โทรมารายงานกับผุ้เขียนว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งความจริงแล้ว ตัวผู้เขียนเอง เลิกติดต่อ กับนายเอ และ นางสาวซีไปนานแล้ว และโดยเฉพาะกับนางสาวบีเองนั้น ไม่มีความสนิทสนมกันเสียเลย แต่ต่อมความอยากรู้อยากเห็นมันทำงาน จึงได้รีบจรลีเข้าไปดู ไม่น่าเชื่อว่ามันจะทำให้ผู้หญิง 2 คนด่าทอกันอย่างเรียบร้อยได้ โดยที่ฝ่ายชายหายเงียบไปปล่อยให้เกิดความแคลงใจสงสัยกันมากมาย จนถึงขึ้นผู้เขียนเองก็อดทนไม่ไหวในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้ซึ่งเคยเจอสถานการณ์แบบเดียวกันจึงขอวิสาสะ "เอาวะ ขอเสือกสักหน่อย" หลังจากพูดจาผ่านตัวหนังสือ พรรคพวกที่สนิทสนมกับนางสาวบี เริ่มให้ความสนใจในตัวผู้เขียนขึ้นมาทันที อาจเป็นเพราะประโยคที่ใช้โดนใจพวกเจ้าหล่อนก็เป็นได้ แต่หนึ่งประโยคเด็ดที่ได้จากปลายนิ้วสัมผัสของนาวสาวบีบอกว่า "เป็นคำพูดของคนที่มีวุฒิภาวะ สูงมากเมื่อเทียบกับคนอื่น" นั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอสนใจในตัวผู้เขียน
จากที่ไม่เคยรู้จักสนิทสนม ทำให้รู้จักเธอมากขึ้น ผิวเผินแล้วดูโดยรวม เธอดีจริงๆ สมดั่งคำนิยมของนายเอ ที่กล่าวถึงเธอในตอนที่มาแถลงข่าวการตัดสินใจของตัวเขาเอง
และนั่นก็เป็นอีกหนึ่งประโยคที่ทำให้ พลพรรคนางสาวบี กรี๊ดอีกหนึ่งดอก เพราะสิ่งที่ผู้เขียนใส่ลงไปเต็มๆ มันเป็นเพียงข้อความ 2 ชุดใหญ่ๆ ที่กระหน่ำใส่ผู้ชายสิ้นคิด ไร้จุดหมาย และ งี่เง่า แต่มันมาจากใจของคนที่เคยเจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน ต้องขอขอบคุณโลกที่สวยงามที่ทำให้รู้จักอะไรหลายๆอย่าง ทั้งที่ทำให้ยิ้มและร้องไห้ นั่นคือบทเรียนที่มีค่าในชีวิต จึงได้หยิบยกหัวข้อจากผู้ชายคนนี้มาให้อ่านกันเล่นๆ
1. คนเราทุกคนมีฐานะเท่ากันในความเป็นมนุษยชน หากเราดูหมิ่น เห็นคนอื่นไร้ค่า เรานั่นแหละ คือคนที่ต่ำกว่า ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นมนุษยชนได้ เพราะฉะนั้น ถึงจะเป็นเพียง นาย นาง หรือนางสาว ก็ มีค่าเท่ากับ บรรดาพวกที่มีเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นจ้าว หม่อม หรืออะไรก็ตาม ขอเพียงเป็นคนดี ทุกคนเท่าเทียมกัน
2. การเริ่มทำอะไรบางอย่าง ควรเริ่มจาก 0 เพื่อให้ผลของการกระทำเพิ่มพูนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามความขยัน เวลา และความรู้สึก หากเริ่มที่ 100 เราจะไม่มุมานะกับสิ่งนั้น และไม่อยากเก็บไว้กับตัวนานๆ เพราะความผูกพันธ์ มันไม่เคยมีมาแต่ต้น
3. มนุษย์ทุกคนมีกิเลส ตามที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ ก่อนคิดจะทำอะไร หันมองดูสักหน่อย หากเป็นเรา เราจะรับได้ไหม ทุกคนรับได้หรือไม่ได้ในเรื่องที่ไม่ต่างกัน แต่ต่างกันที่ความอดทนเท่านั้น
4. ชีวิตเรา คือวงกลม มีจุดเริ่ม และก็มีจุดจบ แต่จะให้เริ่มตรงไหน หรือจะให้จบตรงไหน ก็ตัดสินกันเอาเอง หากวันใดวันหนึ่งเดินไปทับจุดที่เคยเกิดก็อย่าไปคิดเสียใจ เก็บมาคิดแล้วใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้นให้ดี

เคยได้ยินกันบ้างไหมคะเวลาเราได้เห็นคู่รักบางคู่ต้องห่างไกลกัน

บางคนอาจจะห่างกันแค่เพียงไม่กี่จังหวัด แต่บางคนอยู่ห่างกันถึงคนละมุมโลก

แล้วก็จะมีคำกล่าวที่ว่า

" ฟ้ า ดิ น ล ง โ ท ษ พ ว ก เ ข า ใ ห้ ห่ า ง ไ ก ล กั บ ค น รั ก "

แต่ฉันกลับคิดว่า

ฟ้าดินน่าจะกำลังสงสัยคนคู่นี้อยู่เป็นแน่

"เขารักกันจริงหรือเปล่าต่างหาก ถึงได้แยกทั้งคู่ออกจากันเพื่อทดสอบ"

คงจะมีใครบางคนมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ

ถ้าเราคิดซะว่า..มันเป็นการทดสอบว่าเราเลือกคนถูกหรือเปล่า

ความห่างไกล มันจะเป็นตัววัดปริมาณความผูกพันที่เรามีต่อกัน

ถ้าเรายังรู้สึกเหมือนเดิม แถมยังเพิ่มความห่วงใย ความคิดถึง

นั่นคือเรามีความรักที่แท้จริงให้เขา เราสอบผ่าน

แต่ถ้าเขาเปลี่ยนไป แรกๆ ก็ติดต่อกันถี่ๆหน่อย หลังๆ เริ่มห่างหาย

เขาสอบตก ก็ในเมื่อปริมาณความผูกพันของเขามันมีไม่เพียงพอ

เราน่าจะภูมิใจในตัวเอง ที่เราได้เลื่อนขั้นขึ้นไป แม้มีใครจะสอบตก

ถ้ า เ ข า อ ย า ก จ ะ ขึ้ น ม า อ ยู่ เ คี ย ง ข้ า ง เ ร า

เ ข า ก็ ต้ อ ง เ ร่ ง ส อ บ ใ ห้ ผ่ า น บ ท ท ด ส อ บ นี้

แ ล้ ว ก้ า ว ขึ้ น ม า อ ยู่ ข้ า ง เ ร า เ อ ง

ถ้ า เ ข า ส อ บ ไ ม่ ผ่ า น

ก็ถื อ ว่ า เ ป็ น บุ ญ ที่ ฟ้ า ดิ น ไ ด้ คั ด ค น โ ง่ อ อ ก ไ ป จ า ก เ ร า แ ล้ ว

...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ...

มีครูกับลูกศิษย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งใกล้กับสนามหญ้าอันกว้างใหญ่ มีครูกับลูกศิษย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่ง

ใกล้กับสนามหญ้าอันกว้างใหญ่ ทันใดนั้น ลูกศิษย์คนหนึ่งก้อถามขึ้นมาว่า

ลูกศิษย์ : อาจารย์คับ ผมสงสัยจังเลยว่า เราจะหาคู่แท้เราเจอได้ไงคับ อาจารย์บอกผมหน่อยได้ไหม คับ?

อาจารย์ : (เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตอบ) อืม มันเป็นคำถามที่ยากนะ ในขณะเดียวกันมันก็เป็นคำถาม ที่ง่ายเหมือนกันนะ

ลูกศิษย์ : (นั่งคิดอย่างหนัก) อืม?....งงอะไม่เข้าใจ

อาจารย์ : โอเค งั้น เธอลองมองไปทางนั้นนะ ตรงนั้นน่ะ มีหญ้าเยอะแยะ เลยใช่ไหม เธอลองเดิน ไปหาหญ้าต้นที่สวยที่สุด แล้วเด็ดมาให้ครูสิ ต้นเดียวเท่านั้นนะ แต่ว่า เวลาเธอเดินเนี่ย เธอต้องเดินไป ข้างหน้าอย่างเดียวนะ ห้ามเดินถอยหลัง เข้าใจไหม

ลูกศิษย์ : ได้เลยครับ จาน รอสักครูน่ะครับ

(ว่าแล้ว ก้อวิ่งตรงไปยังสนามหญ้า) หลังจากนั้นไม่นาน....

ลูกศิษย์ : ผมกลับมาแล้วครับจารย์

อาจารย์ : อืม...แต่ทำไมครูไม่เห็นต้นหญ้าสวย ๆ ในมือเธอเลยหละ

ลูกศิษย์ : อ๋อ คืองี้ครับจาน ตอนที่ผมเดินไปแล้วผมเจอต้นหญ้าสวย ๆ เนี่ย ผมก้อก้อคิดว่า เออ เดี๋ยว ก้อคงเจอต้นที่สวยกว่านี้ ดังนั้นผมก็เลยไม่เด็ดมัน แล้วผมก็เดินไปเรื่อย รู้ตัวอีกที มันก็สุดสนามหญ้าแล้ว ครับ จะเดินกลับก้อไม่ได้ เพราะจานสั่งห้ามไว้

อาจารย์ : นั่นแหละ คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริงหละ ... เรื่องนี้ต้องการที่จะสื่ออะไรกับเรา ต้นหญ้า ก็คือ คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณ ต้นหญ้าที่สวยงาม ก็คือ คนที่คุณชอบ หรือคนที่ดึงดูดคุณนั่นแหละ ส่วนทุ่งหญ้า ก็คือ เวลา ... เวลาที่คุณจะหาคู่แท้ของคุณ อย่ามัวแต่เปรียบเทียบ แล้ว คิดว่า คงจะมีที่ดีกว่านี้ เพราะถ้าคุณ มัวแต่ เปรียบเทียบ คุณจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ อย่าลืมว่า..."เวลาไม่เคยย้อนกลับ" ไม่ใช่แค่ความรักเท่านั้น เรื่องนี้ ยังสามารถใช้ได้กับ การหาคนที่จะมาทำงานร่วมกับคุในชีวิต หรือ แม้กระทั่งงานที่เหมาะสมกับคุณ ดังนั้น มันจึงเป็นสัจธรรม ที่ว่า ...

"จงรัก และ ไขว่คว้า โอกาสที่คุณมีในขณะนี้ อย่ามัวแต่เสียเวลา บางครั้งคนเราก็มีโอกาสเลือกแค่ เพียงครั้งเดียวเท่านั้น..."



uางฟ้าu้oย~*
View full profile